สำหรับลูกหลานที่กำลังดูแลพ่อแม่ · นครปฐม

เข่าเสื่อมผู้สูงอายุ นครปฐมท่านบอกว่า “ไม่เป็นไร แค่แก่” แต่คุณเห็นแล้วว่าท่านเดินช้าลง

ลุกจากเก้าอี้ต้องยันโต๊ะทุกครั้ง ขึ้นบันไดทีละขั้นแล้วพักหายใจ ไม่ไปตลาดเหมือนเดิม เลิกไปวัด เลิกไปงานบุญ และเมื่อคุณถามก็ได้คำตอบเดิมทุกครั้งว่าไม่เป็นไร หน้านี้ไม่ได้เขียนถึงผู้ป่วย แต่เขียนถึงคุณ — ลูกที่เห็นความเปลี่ยนแปลงก่อน และเป็นคนที่ต้องตัดสินใจพาท่านมาตรวจ

อาจารย์แพทย์เฉพาะทาง วุฒิบัตรออร์โธปิดิกส์ จากแพทยสภา
ประเมินการเดินและการทรงตัว ไม่ได้ดูแค่เข่า แต่ดูความเสี่ยงหกล้มด้วย
★ 5.0 จาก 109 รีวิว บน Google Maps ของคลินิก
ผู้สูงอายุที่มีอาการเข่าเสื่อมกำลังฝึกเดินโดยมีเจ้าหน้าที่คลินิกกระดูกและข้อประคองข้างตัว และลูกหลานเดินตามมาด้วย
รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
เริ่มอ่านตรงนี้

คุณไม่ได้กำลังหาข้อมูลให้ตัวเอง คุณกำลังหาให้คนที่ไม่ยอมบอกว่าเจ็บ

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรเฉพาะทางกระดูกและข้อจากแพทยสภา

คนที่ทักเข้ามาถามเรื่องเข่าของผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ไม่ใช่ตัวผู้สูงอายุเอง แต่เป็นลูกสาว ลูกชาย หรือหลานที่กลับบ้านมาแล้วรู้สึกว่า “แม่เดินไม่เหมือนเดิม” คุณคือคนที่สังเกตเห็นก่อน คุณคือคนที่ต้องหาเวลาพาไป คุณคือคนที่ต้องคุยกับพี่น้องว่าจะทำอย่างไรต่อ และคุณคือคนที่กลัวว่าถ้าปล่อยไว้แล้ววันหนึ่งท่านล้ม ทั้งบ้านจะเปลี่ยนไปทันที

หน้านี้จึงเขียนแบบที่คุณเอาไปใช้ได้จริงในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่สัญญาณที่ต้องสังเกต เหตุผลที่ผู้สูงอายุมักปิดบังความเจ็บ ความเสี่ยงเรื่องการหกล้มที่อันตรายกว่าอาการปวด การเดินสำรวจบ้านเพื่อลดจุดเสี่ยง วิธีชวนท่านมาตรวจโดยไม่ทะเลาะกัน ไปจนถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดในวัยนี้

อาจารย์แพทย์เฉพาะทางผู้สอนแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์
ประเมินก่อนเสมอตรวจร่างกาย ดูการเดิน การลุกนั่ง และการทรงตัว
คุยกับลูกหลานด้วยอธิบายให้คนที่พามาเข้าใจ ไม่ใช่พูดกับคนไข้คนเดียว
แพทย์อธิบายหุ่นจำลองข้อเข่าให้ผู้สูงอายุและลูกสาวที่พามาตรวจฟังพร้อมกันในห้องตรวจคลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม
สิ่งที่ลูกหลานมองเห็นก่อน

สัญญาณที่ลูกหลานสังเกตเห็นก่อนพ่อแม่จะบอก

ผู้สูงอายุแทบไม่เคยเดินมาบอกว่า “เข่าเสื่อมแล้ว” แต่พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปก่อนคำพูดเสมอ ต่อไปนี้คือสิ่งที่คนในบ้านมักเห็นก่อน และมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนแก่

ลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือยันทุกครั้ง

เมื่อก่อนลุกพรวดเดียว ตอนนี้ต้องเท้าแขน ต้องโยกตัวสองสามครั้งก่อนลุก หรือต้องหาเก้าอี้ที่มีที่เท้าแขนเท่านั้นถึงจะนั่ง นี่คือสัญญาณตรงว่ากล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงลง และเข่ารับแรงตอนลุกไม่ไหวแล้ว

เดินช้าลงและก้าวสั้นลง

คุณเริ่มต้องเดินรอท่านที่ห้าง หรือเห็นท่านเดินถ่างขาออกเล็กน้อยเพื่อให้ทรงตัวได้ การก้าวสั้นลงและกางขากว้างขึ้นคือวิธีที่ร่างกายชดเชยความไม่มั่นคง และเป็นสัญญาณที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงหกล้มโดยตรง

เลี่ยงบันได ย้ายมานอนชั้นล่าง

ท่านเริ่มไม่ขึ้นชั้นสอง ขนของลงมาไว้ข้างล่าง หรือขึ้นบันไดแบบก้าวเท้าเดียวต่อขั้น การหลบเลี่ยงบันไดคือการยอมรับอาการโดยไม่ต้องพูด และมักเกิดขึ้นก่อนที่ท่านจะบ่นเรื่องปวด

เลิกออกจากบ้าน เลิกไปตลาด ไปวัด

จากที่เคยไปตลาดทุกเช้าหรือไปงานบุญที่วัดประจำ กลายเป็นปฏิเสธทุกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า “ขี้เกียจไป” หรือ “ไม่อยากไป” การถอยออกจากสังคมแบบนี้ มักเป็นเพราะกลัวเดินไม่ไหวและกลัวเป็นภาระคนอื่น มากกว่าจะเบื่อจริง ๆ

ขาโก่งขึ้น เข่าบวมเป็นพัก ๆ

ลองมองจากด้านหลังตอนท่านยืนตรง ถ้าเข่าสองข้างห่างกันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หรือบางสัปดาห์เข่าข้างหนึ่งดูบวมกว่าอีกข้าง นั่นบอกว่าผิวข้อสึกไม่เท่ากันแล้ว และมีการอักเสบภายในข้อเป็นระยะ

ซื้อยาแก้ปวดกินเองบ่อยขึ้น

มียาแก้ปวดซองใหม่ในลิ้นชักตลอด มียาหม่อง ยานวด ยาชุด หรือยาลูกกลอนที่ไม่รู้ที่มา การที่ท่านซื้อยากินเองบ่อยขึ้นแปลว่าปวดจริงและปวดบ่อยกว่าที่บอกคุณมาก

เข้าใจท่านก่อนจะชวนไปหาหมอ

ทำไมผู้สูงอายุมักไม่ยอมบอกว่าเจ็บ

การที่ท่านตอบว่า “ไม่เป็นไร” ไม่ได้แปลว่าไม่ปวด และไม่ได้แปลว่าท่านดื้อ คนรุ่นพ่อแม่เราถูกเลี้ยงมาให้อดทน ให้ไม่บ่น และให้ไม่รบกวนลูก ความเจ็บที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดตลอดหลายปียังทำให้ท่าน “ชิน” จนคิดว่านี่คือระดับปกติของคนอายุเท่านี้ ที่สำคัญกว่านั้นคือความกลัวสามอย่างที่แทบทุกบ้านเจอเหมือนกัน คือกลัวเป็นภาระลูก กลัวเสียเงินก้อนโต และกลัวว่าถ้าไปหาหมอแล้วจะโดนบอกให้ผ่าตัด

เพราะฉะนั้น การถามว่า “ปวดไหม” จะได้คำตอบว่าไม่ปวดเกือบทุกครั้ง วิธีที่ได้ข้อมูลจริงกว่าคือถามถึงสิ่งที่ท่านทำไม่ได้แล้ว แทนที่จะถามถึงความเจ็บ ลองเทียบตารางด้านล่างกับสิ่งที่ท่านพูดกับคุณจริง ๆ ในเดือนที่ผ่านมา

ประโยคที่ท่านมักพูด สิ่งที่มักหมายถึงจริง ๆ คำถามที่ควรถามแทน
“ไม่เป็นไร แค่แก่แล้ว” ปวดจนชิน และเชื่อว่าไม่มีอะไรทำได้แล้ว เดินจากบ้านไปปากซอยได้ไหม ต้องหยุดพักกี่ครั้ง
“ไม่อยากไป เดี๋ยวเสียเงินเปล่า” กลัวค่าใช้จ่ายบานปลายและกลัวโดนขายคอร์ส ถ้าถามราคาให้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ไปด้วยกันไหม
“เดี๋ยวก็หายเอง เมื่อวานยังเดินได้” อาการขึ้นลงเป็นวัน ๆ และวันที่แย่ท่านไม่บอก อาทิตย์นี้มีกี่วันที่ปวดจนไม่อยากลุก
“ขี้เกียจไปตลาด ให้ลูกซื้อมาก็ได้” เดินระยะเดิมไม่ไหวแล้ว และกลัวล้มนอกบ้าน ครั้งสุดท้ายที่ออกจากบ้านคือเมื่อไหร่
“ไม่ได้ล้ม แค่เซ ๆ นิดหน่อย” เกือบล้มมาแล้วหลายครั้ง หรือล้มแล้วแต่ไม่บอก เดือนนี้มีตอนไหนที่ต้องคว้าอะไรไว้กันล้มบ้าง
“กลัวหมอบอกให้ผ่า” เคยได้ยินคนรู้จักผ่าแล้วฟื้นตัวลำบาก ไปแค่ตรวจให้รู้ว่าเป็นระยะไหนก่อน ยังไม่ต้องตัดสินใจอะไร
ถ้าท่านตอบว่า “เซนิดหน่อย” หรือ “เกือบล้ม” แม้แค่ครั้งเดียว ให้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ การเกือบล้มคือสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่ดีที่สุดที่เราจะได้ก่อนการล้มจริง และเป็นเหตุผลที่หนักแน่นพอจะพาท่านมาตรวจได้ทันที
ผู้สูงอายุฝึกเดินและฝึกการทรงตัวระหว่างราวคู่ โดยมีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลใกล้ชิดในคลินิกฟื้นฟูกระดูกและข้อ
เรื่องที่น่ากลัวกว่าอาการปวด

ความเสี่ยงการหกล้ม และเหตุผลที่กระดูกสะโพกหักเปลี่ยนชีวิตทั้งบ้าน

คนส่วนใหญ่คิดว่าปัญหาของเข่าเสื่อมคือความปวด แต่สำหรับผู้สูงอายุ ปัญหาที่อันตรายกว่าคือการหกล้ม เพราะเข่าที่ปวดทำให้ท่านใช้ขาข้างนั้นน้อยลง กล้ามเนื้อต้นขาก็ยิ่งลีบลง องศาการงอเหยียดลดลง การก้าวจึงสั้นและไม่มั่นคง เมื่อสะดุดหรือเสียหลัก ขาที่ไม่มีแรงพอจะรับตัวไว้ไม่ทัน งานวิจัยในต่างประเทศพบว่าผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมมีความเสี่ยงหกล้มสูงกว่าคนวัยเดียวกันอย่างชัดเจน และยิ่งสูงขึ้นอีกเมื่อเป็นทั้งสองข้าง

สิ่งที่ตามมาหลังการล้มหนึ่งครั้งในวัยนี้คือเรื่องที่หลายครอบครัวไม่ทันได้เตรียมใจ

  • กระดูกสะโพกหักเป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดจากการล้มในผู้สูงอายุ และส่วนใหญ่ต้องผ่าตัด
  • การนอนโรงพยาบาลนานเพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบ แผลกดทับ และภาวะสับสนเฉียบพลัน
  • ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยกลับมาเดินได้ไม่เท่าเดิม บางรายต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินถาวร
  • อัตราการเสียชีวิตภายในหนึ่งปีหลังกระดูกสะโพกหักสูงกว่าคนวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ
  • ครอบครัวต้องปรับทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และคนดูแล แบบที่วางแผนล่วงหน้าไม่ทัน

นี่คือเหตุผลที่เราไม่ได้ดูแค่ภาพเอกซเรย์เข่า แต่ดูด้วยว่าท่านลุกจากเก้าอี้อย่างไร เดินแล้วทรงตัวแบบไหน ก้าวยาวเท่าไหร่ และมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ล้มง่ายร่วมด้วยหรือเปล่า เช่น สายตา ยาที่ทำให้ง่วงหรือมึน และความดันตกเวลาลุกยืน

ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอนัดคลินิก ถ้าหลังล้มแล้วท่านลุกเองไม่ได้ ลงน้ำหนักขาข้างนั้นไม่ได้เลย ขาข้างหนึ่งดูสั้นลงหรือบิดออกด้านนอก ปวดสะโพกหรือขาหนีบรุนแรง ข้อผิดรูป ข้อบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ศีรษะกระแทกพื้น หรือท่านกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่
ทำได้เย็นนี้ ไม่ต้องรอหมอ

การจัดบ้านให้ปลอดภัย: เดินสำรวจบ้านพ่อแม่ 20 นาที

การล้มของผู้สูงอายุส่วนใหญ่เกิดในบ้านตัวเอง ไม่ได้เกิดนอกบ้าน เย็นนี้ลองเดินตามท่านไปทีละห้องแล้วเช็กตามรายการนี้ นี่คือสิ่งที่ลูกหลานทำได้เองทันที และช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่ายาหนึ่งขนาน

ห้องน้ำ — จุดที่ล้มบ่อยที่สุด

  • ติดราวจับข้างโถส้วมและในจุดอาบน้ำ ยึดกับผนังให้แน่น ไม่ใช่แบบดูดติดกระจก
  • เปลี่ยนจากส้วมนั่งยองเป็นโถนั่งราบ เพราะการนั่งยองคือท่าที่ทำร้ายเข่าที่สุด
  • ปูแผ่นกันลื่นหรือใช้กระเบื้องผิวหยาบ และเก็บพื้นให้แห้งเสมอ
  • มีเก้าอี้พลาสติกมีพนักไว้นั่งอาบน้ำ ไม่ต้องยืนนานหรือก้มหยิบของ
  • วางสบู่ แชมพู ผ้าเช็ดตัวในระดับที่เอื้อมถึงโดยไม่ต้องก้มหรือเขย่ง

บันไดและทางเดิน

  • มีราวจับตลอดแนวบันไดทั้งสองฝั่งถ้าทำได้ และราวต้องยาวเลยขั้นสุดท้าย
  • ติดแถบกันลื่นที่ขอบขั้น และทำให้ขอบขั้นมองเห็นชัดด้วยสีที่ตัดกัน
  • ถ้าท่านขึ้นลงลำบากมาก ให้ย้ายห้องนอนลงชั้นล่างไปก่อน อย่ารอให้ล้มก่อนค่อยย้าย
  • เก็บของที่วางไว้บนขั้นบันไดออกให้หมด รวมถึงตะกร้าผ้าและกล่องพัสดุ
  • ทางเดินในบ้านต้องกว้างพอให้เดินได้โดยไม่ต้องเบียดหรือหลบสิ่งของ

แสงสว่างและเส้นทางเข้าห้องน้ำกลางคืน

  • ติดไฟกลางคืนตลอดเส้นทางจากเตียงถึงห้องน้ำ เพราะการลุกเข้าห้องน้ำตอนดึกคือช่วงเสี่ยงที่สุด
  • วางสวิตช์ไฟหรือรีโมทไฟไว้ที่หัวเตียง ให้เปิดได้ก่อนลุก
  • เพิ่มความสว่างที่หัวบันไดและท้ายบันได จุดที่คนมักกะขั้นพลาด
  • สอนท่านให้นั่งขอบเตียงสักครู่ก่อนลุกยืน ลดอาการหน้ามืดจากความดันตก

พื้น เฟอร์นิเจอร์ และรองเท้า

  • เก็บพรมเช็ดเท้าที่ขอบงอ สายไฟพาดพื้น และของวางพื้นออกให้หมด
  • เลือกเก้าอี้ที่มีที่เท้าแขนและสูงพอ ให้ท่านลุกได้โดยไม่ต้องดันตัวจากเข่า
  • เตียงไม่ควรเตี้ยเกินไป ระดับที่ดีคือนั่งแล้วฝ่าเท้าแตะพื้นพอดี
  • ให้ท่านใส่รองเท้าที่มีส้นหุ้มและพื้นกันลื่นแม้อยู่ในบ้าน เลิกใส่รองเท้าแตะฟองน้ำเก่า ๆ
  • ถ้าท่านใช้ไม้เท้าอยู่แล้ว ให้เช็กความสูงและยางหุ้มปลาย ยางที่สึกลื่นพอ ๆ กับไม่มีไม้เท้า
เรื่องที่มักถูกลืม: ตรวจสายตาและตรวจรายการยาของท่านด้วย ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ ยาลดความดันบางชนิด และการใช้ยาหลายตัวพร้อมกันล้วนเพิ่มโอกาสล้ม นำถุงยาทั้งหมดมาให้แพทย์ดูในวันตรวจ อย่าปรับหรือหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยา
ขั้นตอนที่ใช้ได้จริง

พาผู้สูงอายุมาตรวจอย่างไรให้ราบรื่น

  1. 1

    เล่าอาการแทนท่านทาง LINE ก่อน

    บอกอายุ อาการ ระยะเวลาที่เป็น เดินได้ไกลแค่ไหน เคยล้มหรือยัง โรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ เราช่วยประเมินเบื้องต้นและแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ก่อน คุณจะได้ตอบคำถามท่านได้เมื่อท่านถาม

  2. 2

    ชวนด้วยเป้าหมาย ไม่ใช่ด้วยโรค

    คำว่า “พาไปหาหมอกระดูก” มักถูกปฏิเสธ แต่ “ไปให้หมอดูหน่อยว่าจะยังเดินไปงานหลานได้อีกนานไหม” มักได้ผลกว่า และย้ำว่าครั้งนี้ไปแค่ตรวจให้รู้ ยังไม่ต้องตัดสินใจรักษาอะไรทั้งนั้น

  3. 3

    เตรียมของและข้อมูลให้ครบ

    ยาทั้งหมดที่ท่านกิน โรคประจำตัว ฟิล์มเอกซเรย์หรือผลตรวจเดิม รองเท้าที่ใส่ประจำ ไม้เท้าที่ใช้อยู่ และกางเกงที่ถลกขึ้นเหนือเข่าได้ ของพวกนี้ทำให้การตรวจครั้งเดียวได้ข้อมูลครบ ไม่ต้องเดินทางซ้ำ

  4. 4

    วันตรวจ ให้ลูกเข้าไปฟังด้วย

    แพทย์ซักประวัติ ตรวจองศาการงอเหยียด กำลังกล้ามเนื้อต้นขา ความมั่นคงของข้อ ดูการลุกนั่งและการเดินจริง พร้อมใช้เครื่องมือประเมินข้อประกอบ เพื่อระบุระยะของโรคและความเสี่ยงหกล้ม

  5. 5

    กลับบ้านพร้อมแผนที่ทั้งบ้านเข้าใจตรงกัน

    คุณจะได้ยินทั้งทางที่ไม่ต้องผ่าตัดและเงื่อนไขที่ควรพิจารณาผ่าตัด พร้อมสิ่งที่ต้องทำที่บ้าน ท่าบริหารที่เหมาะกับท่าน และกำหนดนัดติดตามเพื่อดูว่าอาการตอบสนองตามที่ควรหรือไม่

เช็กลิสต์ก่อนออกจากบ้าน

  • ถ่ายรูปซองยาทุกตัว รวมถึงยาสมุนไพร ยาชุด ยาลูกกลอน และอาหารเสริม
  • จดรายชื่อโรคประจำตัวและโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่
  • ฟิล์มเอกซเรย์ ผลเลือด หรือใบสรุปการรักษาเดิม ถ่ายรูปส่งมาก่อนได้
  • เขียนคำถามที่ทั้งบ้านอยากรู้ลงกระดาษ เพราะผู้สูงอายุมักไม่ถามเอง
  • เผื่อเวลาไว้ อย่านัดวันที่ต้องรีบกลับ ท่านจะไม่กล้าเล่าอาการให้หมด
  • ถ้าท่านหูไม่ค่อยได้ยิน ให้บอกเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้น จะได้พูดช้าและชัดขึ้น
แพทย์ตรวจข้อเข่าของผู้สูงอายุบนเตียงตรวจ โดยมีลูกสาวนั่งฟังคำอธิบายอยู่ข้างเตียงในคลินิกกระดูกและข้อ นครปฐม
คำถามที่ลูกกลัวที่สุด

ผ่าตัดในผู้สูงอายุเสี่ยงไหม และระหว่างทางยังมีอะไรให้ทำอีกบ้าง

คำถามที่ลูกหลานถามมากที่สุดคือ “อายุขนาดนี้แล้วผ่าไหวไหม” คำตอบตรง ๆ คืออายุเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย และไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดด้วยซ้ำ สิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าคือสภาพร่างกายโดยรวมและโรคประจำตัวที่คุมได้ดีแค่ไหน ผู้สูงอายุที่แข็งแรง เดินได้เอง โรคประจำตัวคุมอยู่ และมีคนดูแลระหว่างพักฟื้น มักผ่านการผ่าตัดและการฟื้นฟูได้ดี ขณะที่บางรายที่อายุน้อยกว่าแต่มีโรคหลายอย่างกลับเสี่ยงกว่า

สิ่งที่แพทย์ประเมินก่อนพูดถึงการผ่าตัดในผู้สูงอายุ

  • โรคหัวใจและโรคปอด ซึ่งเป็นตัวกำหนดความปลอดภัยของการดมยาและการฟื้นตัว
  • เบาหวานและระดับน้ำตาล ที่คุมไม่ดีเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อของแผลผ่าตัดชัดเจน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด ที่ต้องวางแผนร่วมกับแพทย์ผู้สั่งยา
  • กำลังกล้ามเนื้อต้นขา เพราะการฟื้นฟูหลังผ่าตัดต้องอาศัยกล้ามเนื้อชุดนี้เป็นหลัก
  • ภาวะสมองเสื่อมหรือความสับสน ที่ทำให้การทำกายภาพบำบัดตามแผนยากขึ้น
  • คนดูแลที่บ้านและสภาพบ้าน เพราะช่วงพักฟื้นต้องมีคนช่วยจริง ไม่ใช่แค่ตั้งใจ

ระหว่าง “ทนไปเรื่อย ๆ” กับ “ผ่าตัด” ยังมีช่องว่างกว้างมาก

ครอบครัวจำนวนมากคิดว่ามีทางเลือกแค่สองทาง คือปล่อยให้ท่านทนไปจนกว่าจะเดินไม่ได้ กับพาไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ความจริงคือระหว่างสองขั้วนี้ยังมีสิ่งที่ทำได้อีกมาก และผู้สูงอายุส่วนใหญ่ที่มาหาเรายังอยู่ในช่องว่างตรงกลางนั้น แนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดที่ได้ผลจริงไม่ใช่แค่การจ่ายยาแก้ปวดแล้วนัดใหม่ แต่คือแผนที่มีเป้าหมายชัด มีกรอบเวลา และมีการวัดผล

  • ระบุให้ชัดก่อนว่าเข่าเสื่อมอยู่ระยะไหน และปวดจากอะไรเป็นหลัก
  • ลดปวดและลดการอักเสบให้อยู่ในระดับที่ท่านขยับได้ เพราะข้อที่ไม่ได้ขยับจะยิ่งฝืดและกล้ามเนื้อยิ่งลีบ
  • ฟื้นฟูกล้ามเนื้อต้นขาและกล้ามเนื้อสะโพก ให้มีตัวช่วยรับน้ำหนักแทนผิวข้อ
  • ฝึกการทรงตัวและการลุกนั่ง เพื่อลดความเสี่ยงหกล้มโดยตรง
  • ปรับการใช้งานในชีวิตจริง เลิกนั่งยอง เลิกนั่งพับเพียบนาน ปรับความสูงของเก้าอี้และเตียง
  • ควบคุมน้ำหนักตัวและดูแลโภชนาการให้กล้ามเนื้อไม่หายไปมากกว่านี้
  • นัดติดตามผลเป็นระยะ ถ้าไม่ตอบสนองตามที่ควรต้องกล้าเปลี่ยนแผน ไม่ใช่ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์และไม่บอกว่าทุกคนจะหายโดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามระยะของโรคและสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่สิ่งที่เรารับปากได้คือจะบอกตรง ๆ ว่าอาการของท่านอยู่ตรงไหน และถ้าถึงจุดที่แนวทางไม่ผ่าตัดไม่พอจริง ๆ เราจะบอกพร้อมเหตุผล ไม่ยื้อไว้เพื่อขายการรักษาเพิ่ม
ทำที่บ้านได้ทุกวัน

ท่าบริหารเข่าเสื่อมผู้สูงอายุที่ปลอดภัย ทำบนเก้าอี้และบนเตียงได้

หัวใจของการดูแลเข่าเสื่อมในวัยนี้คือการสร้างกล้ามเนื้อต้นขาให้กลับมาทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพ ท่าที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือท่าที่ไม่ลงน้ำหนักที่เข่า ทำช้า ๆ นับในใจ และหยุดถ้าปวดมากขึ้น

ผู้สูงอายุนั่งเก้าอี้เหยียดเข่าขึ้นตรงเพื่อบริหารกล้ามเนื้อต้นขา โดยมีนักกายภาพบำบัดคอยแนะนำท่าที่ถูกต้อง

หลักสามข้อที่ทำให้ท่านทำแล้วไม่บาดเจ็บ

  • เริ่มจากท่าที่ไม่ลงน้ำหนัก คือท่านั่งและท่านอนก่อนเสมอ แล้วค่อยขยับไปท่ายืน
  • ค้างไว้แล้วนับ ไม่ต้องเร็ว การเกร็งค้าง 5 วินาทีได้ผลกว่าการทำเร็ว ๆ หลายสิบครั้ง
  • ปวดเพิ่มขึ้นและยังไม่ลดใน 24 ชั่วโมง แปลว่าหนักไป ให้ลดจำนวนครั้งลง ไม่ใช่หยุดทั้งหมด

1. เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาในท่านอน

นอนหงายเหยียดขาตรง กดหลังเข่าลงกับที่นอนพร้อมเกร็งต้นขาด้านหน้า ค้างไว้นับ 1 ถึง 5 แล้วคลาย ทำข้างละ 10 ครั้ง วันละ 2 ถึง 3 รอบ เป็นท่าที่ปลอดภัยที่สุด ทำได้แม้ในวันที่เข่าปวด

2. นั่งเก้าอี้เหยียดเข่าขึ้น

นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ที่มีพนัก เท้าวางราบกับพื้น เหยียดเข่าขึ้นให้ตรงที่สุด ค้างไว้ 2 ถึง 3 วินาที แล้วค่อย ๆ วางลง ทำข้างละ 10 ถึง 12 ครั้ง 2 ถึง 3 รอบ เหมาะกับผู้ที่ลุกนั่งจากพื้นไม่ได้แล้ว

3. ยกขาตรงในท่านอน

นอนหงาย งอเข่าข้างหนึ่งขึ้น อีกข้างเหยียดตรงแล้วยกขึ้นสูงประมาณหนึ่งฝ่ามือ ค้างไว้ 3 ถึง 5 วินาที แล้ววางลงช้า ๆ ทำข้างละ 10 ครั้ง ช่วยเพิ่มกำลังต้นขาโดยที่ข้อเข่าแทบไม่ต้องขยับ

4. ยืนกางขาออกข้าง จับพนักเก้าอี้

ยืนตรงจับพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะที่มั่นคง กางขาออกด้านข้างช้า ๆ โดยไม่เอียงลำตัว ค้างไว้ 2 วินาที แล้วเอากลับ ทำข้างละ 10 ครั้ง กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างคือกล้ามเนื้อที่กันไม่ให้ล้มเวลาเสียหลัก

5. เขย่งส้นเท้าขึ้นลง

ยืนจับพนักเก้าอี้ไว้ทั้งสองมือ เขย่งส้นเท้าขึ้นช้า ๆ ค้างไว้ 2 วินาที แล้ววางลง ทำ 10 ถึง 15 ครั้ง ช่วยเรื่องแรงส่งตอนก้าวเดินและความมั่นคงของข้อเท้า

6. ฝึกทรงตัวข้างโต๊ะ

ยืนใกล้โต๊ะที่มั่นคงโดยมีคนอยู่ด้วย ลองยืนขาเดียวโดยแตะโต๊ะไว้เบา ๆ 5 ถึง 10 วินาที สลับข้าง ทำวันละไม่กี่ครั้งก็พอ ห้ามฝึกท่านี้ตามลำพังถ้าท่านเคยล้มมาก่อน

ท่าที่ควรเลี่ยงในผู้สูงอายุที่เข่าเสื่อม ได้แก่ นั่งยอง คุกเข่า นั่งพับเพียบหรือขัดสมาธินาน ๆ การใช้บันไดเป็นเครื่องออกกำลังกาย การย่อเข่าลึก และการวิ่งหรือกระโดด ถ้าท่านมีโรคหัวใจ เคยหกล้ม เวียนศีรษะบ่อย หรือเพิ่งผ่าตัดมา ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มโปรแกรมใด ๆ และอย่าหยุดยาที่แพทย์สั่งเองเด็ดขาด
เรื่องที่คนมองข้ามที่สุด

โภชนาการและน้ำหนักตัว: ทำไมเข่าของท่านแย่ลงทั้งที่กินยาแล้ว

คำถามยอดฮิตคือ “คนแก่ปวดเข่า กินอะไรดี” และคำตอบที่หลายบ้านไม่ชอบฟังคือ สิ่งที่มีผลกับเข่ามากที่สุดไม่ใช่อาหารเสริมบำรุงข้อ แต่คือโปรตีนที่เพียงพอ และน้ำหนักตัวที่พอดี ผู้สูงอายุจำนวนมากกินข้าวกับน้ำพริก ผัก และผลไม้เป็นหลัก โดยได้โปรตีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการมาก เมื่อโปรตีนไม่พอร่วมกับการขยับน้อยลงเพราะปวดเข่า มวลกล้ามเนื้อจะหายไปเรื่อย ๆ ต้นขาลีบลง เข่าก็ยิ่งต้องรับน้ำหนักเอง อาการจึงแย่ลงทั้งที่กินยาอยู่

ในทางกลับกัน แรงที่ลงข้อเข่าขณะเดินและขึ้นบันไดมากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า การลดน้ำหนักลงแม้เพียงไม่กี่กิโลกรัมจึงลดภาระที่ผิวข้อได้มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด แต่ต้องลดโดยไม่เสียกล้ามเนื้อ ซึ่งแปลว่าต้องกินโปรตีนให้พอควบคู่ไปกับการบริหารกล้ามเนื้อ ไม่ใช่การอดอาหาร

สิ่งที่ควรดูแล ทำไมจึงสำคัญกับเข่าของท่าน สิ่งที่ลูกหลานทำได้
โปรตีน รักษามวลกล้ามเนื้อต้นขาไม่ให้ลีบลง กล้ามเนื้อคือเบาะรับแรงของข้อเข่า จัดโปรตีนให้มีทุกมื้อ เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ หมูสับ นมหรือนมถั่วเหลือง ไม่ใช่กระจุกอยู่มื้อเดียว
แคลเซียมและวิตามินดี ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าถ้าล้มแล้วจะหักหรือไม่ ปลาเล็กปลาน้อย งาดำ เต้าหู้แข็ง ผักใบเขียวเข้ม และให้ท่านโดนแดดอ่อนตอนเช้าบ้าง
น้ำหนักตัว ทุกกิโลกรัมที่ลดได้ คือแรงกดที่ผิวข้อเข่าลดลงหลายเท่าในทุกก้าว ลดของทอด ของหวาน น้ำหวาน ก่อนไปลดปริมาณข้าว และห้ามอดอาหารเด็ดขาด
น้ำและการขับถ่าย ท่านมักดื่มน้ำน้อยเพราะกลัวต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้อ่อนเพลียและหน้ามืดง่าย จัดน้ำไว้ใกล้มือ และทำให้ทางเดินไปห้องน้ำปลอดภัย จะได้ไม่ต้องอั้น
อาหารเสริมบำรุงข้อ อาจช่วยบางรายแต่ไม่ใช่ตัวหลัก และไม่ทดแทนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ถ้าท่านกินอยู่แล้วให้เอามาให้แพทย์ดูด้วย จะได้ประเมินร่วมกับยาตัวอื่น
เรื่องที่ต้องระวังที่สุดในบ้านที่มีผู้สูงอายุ คือยาชุด ยาลูกกลอน และยาสมุนไพรที่กินแล้วหายปวดเร็วผิดปกติ ยากลุ่มนี้จำนวนมากผสมสเตียรอยด์ ซึ่งทำให้กระดูกบางลง กดภูมิคุ้มกัน น้ำตาลในเลือดสูง และตัวบวม ถ้าเจอในบ้าน อย่าเพิ่งทิ้ง ให้เอามาให้แพทย์ดูก่อน เพราะการหยุดกะทันหันเองก็มีอันตรายเช่นกัน
เสียงจากลูกหลานที่พาท่านมา

ข้อความจริงที่คนพาพ่อแม่มาเขียนไว้บน Google

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

เห็นผลจริงๆ ค่ะ ตอนนี้เข่าหายปวดจนแทบไม่อยากเชื่อเลยครับ

รีวิวบน Google Maps

คุณแม่มีอาการเจ็บในเข่ามาหลายปี พบคุณหมออรรถ ให้คำปรึกษาดีมากๆค่ะ ตอนนี้คุณแม่แฮปปี้มากเดินได้สบาย ลุกนั่งสะดวกไม่เจ็บแล้ว ลูกสาวก็แฮปปี้ด้วยค่ะ :) คุณพยาบาล คุณพนักงานทุกคนน่ารักมากค่ะ คลินิกสะอาด จอดรถด้านหน้าคลินิกได้ แนะนำเลยค่ะ

รีวิวบน Google Maps

พาคุณยายมารักษาเข่า บริการดีมากค่ะ คุนหมอน่ารักมาก พี่ๆๆดูแลดีสุดๆๆค่ะ แถมคุนหมอบริการจริงใจมาก แนะนำดีมากไม่มีหลอกขายยา คุนหมอดีมากค่ะ ขอบคุนจริงๆที่ทำให้เจอคลินิกดีๆๆค่ะ

รีวิวบน Google Maps

คุณหมอและน้องๆพนักงานดูแลดีค่ะ อธิบายละเอียด ถามตอบได้จนเข้าใจ แก้ปัญหาถูกจุด มีอัลตร้าซาวนด์ ไม่ต้องผ่าเข่า คุ้มมากๆ

รีวิวบน Google Maps

พนักงานและแพทย์ทุกคนที่นี่ดูแลดีมากค่ะ ใส่ใจในทุกรายละเอียด และให้คำแนะนำดีๆ ตลอดการรักษา บริการดีมาก

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ลูกหลานถามก่อนพาพ่อแม่มาตรวจเข่า

พ่อแม่บอกว่าไม่เป็นไร แค่แก่ จะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องพามาตรวจ

อย่าตัดสินจากคำพูดของท่าน แต่ดูจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ถ้าท่านเริ่มลุกจากเก้าอี้ต้องใช้มือยันทุกครั้ง เดินช้าลงจนคุณต้องเดินรอ เลี่ยงบันไดหรือย้ายมานอนชั้นล่าง ไม่ไปตลาดหรือไปวัดเหมือนเดิม กินยาแก้ปวดเองบ่อยขึ้น หรือเกือบล้มแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง สามอย่างขึ้นไปในกลุ่มนี้แปลว่าอาการรบกวนการใช้ชีวิตจริงแล้ว ควรพามาให้แพทย์เฉพาะทางประเมิน ไม่ใช่รอจนเดินไม่ไหว

เข่าเสื่อมผู้สูงอายุ รักษาอย่างไรได้บ้างถ้าไม่อยากให้ท่านผ่าตัด

ต้องเริ่มจากการประเมินให้รู้ก่อนว่าข้อเข่าเสื่อมอยู่ระยะไหน กล้ามเนื้อต้นขาแรงแค่ไหน และการทรงตัวเป็นอย่างไร จากนั้นแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดจะประกอบด้วย การลดปวดให้อยู่ในระดับที่ขยับได้ การฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบเข่าอย่างเป็นระบบ การปรับการใช้งานข้อในชีวิตประจำวัน การควบคุมน้ำหนัก และการจัดบ้านลดความเสี่ยงหกล้ม ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับระยะของโรค แต่ผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ถึงระยะท้ายมักดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ท่าบริหารเข่าเสื่อมผู้สูงอายุ ทำเองที่บ้านได้ไหม ท่าไหนที่ไม่ควรทำ

ท่าที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้สูงอายุคือท่าที่ไม่ลงน้ำหนักที่เข่า เช่น การเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาในท่านอน การนั่งเก้าอี้แล้วเหยียดเข่าขึ้นค้างไว้ และการยกขาตรงในท่านอน ส่วนท่าฝึกการทรงตัวควรทำโดยจับพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะไว้เสมอและมีคนอยู่ด้วย ท่าที่ควรเลี่ยงคือนั่งยอง คุกเข่า นั่งพับเพียบนาน และการใช้บันไดเป็นเครื่องออกกำลังกาย ถ้าท่านเคยหกล้ม เวียนศีรษะ หรือมีโรคหัวใจ ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่ม

อายุ 75 ถึง 80 ปีแล้ว ผ่าตัดเข่าไหวไหม เสี่ยงมากหรือเปล่า

อายุเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย สิ่งที่มีน้ำหนักมากกว่าคือโรคประจำตัวและสภาพร่างกายโดยรวม เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวานที่คุมไม่ได้ ภาวะซีด ยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่ใช้อยู่ กำลังกล้ามเนื้อ ภาวะสมองเสื่อม และมีคนดูแลระหว่างพักฟื้นหรือไม่ ผู้สูงอายุที่แข็งแรงและโรคประจำตัวคุมได้ดีจำนวนมากผ่าตัดได้ผลดี ขณะที่บางรายควรเลี่ยงหรือรอให้ร่างกายพร้อมก่อน การตัดสินใจต้องมาจากการประเมินรายบุคคลร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่จากตัวเลขอายุอย่างเดียว

พาผู้สูงอายุมาตรวจครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง

เตรียมรายการยาที่ท่านกินอยู่ทั้งหมดรวมถึงยาสมุนไพร ยาชุด และอาหารเสริม ให้ถ่ายรูปซองยาหรือหิ้วถุงยามาเลยจะแม่นที่สุด พร้อมรายชื่อโรคประจำตัวและแพทย์ที่ติดตามอยู่ ฟิล์มเอกซเรย์หรือผลตรวจเดิมถ้ามี รองเท้าที่ท่านใส่ประจำ ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินที่ใช้อยู่ และควรใส่กางเกงขาสั้นหรือกางเกงหลวมที่ถลกขึ้นเหนือเข่าได้ ที่สำคัญคือจดคำถามที่ทั้งบ้านอยากรู้มาให้ครบ เพราะผู้สูงอายุมักไม่ถามเอง

คนแก่ปวดเข่า กินอะไรดี อาหารเสริมบำรุงข้อจำเป็นไหม

สิ่งที่มีผลกับเข่ามากที่สุดไม่ใช่อาหารเสริม แต่คือโปรตีนที่เพียงพอเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ แคลเซียมและวิตามินดีเพื่อกระดูก และน้ำหนักตัวที่ไม่มากเกินไป ผู้สูงอายุจำนวนมากกินโปรตีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบลงและเข่ารับน้ำหนักหนักขึ้น อาหารเสริมบำรุงข้ออาจช่วยบางรายแต่ไม่ใช่ตัวหลัก และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาสมุนไพรผสมสเตียรอยด์ที่ทำให้หายปวดเร็วผิดปกติ เพราะทำลายกระดูกและกดภูมิคุ้มกันในระยะยาว

ท่านหกล้มแล้วลุกเองไม่ได้ หรือเข่าบวมมากหลังล้ม ต้องไปโรงพยาบาลทันทีไหม

ต้องไปโรงพยาบาลทันที อย่ารอนัดคลินิก โดยเฉพาะถ้าลุกเองไม่ได้ ลงน้ำหนักขาข้างนั้นไม่ได้เลย ขาข้างหนึ่งดูสั้นลงหรือบิดออกด้านนอก ปวดสะโพกหรือขาหนีบมาก ข้อผิดรูป ข้อบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ศีรษะกระแทกพื้นหรือกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ หรือมีอาการชาและอ่อนแรงของขา กลุ่มอาการเหล่านี้บ่งชี้ถึงกระดูกหัก การติดเชื้อในข้อ หรือการบาดเจ็บที่ต้องการการตรวจฉุกเฉิน

ท่านไม่ยอมมาหาหมอเลย ลูกปรึกษาแทนก่อนได้ไหม

ได้ ทักมาทาง LINE เล่าอาการแทนท่านก่อนได้เลย บอกว่าท่านอายุเท่าไหร่ เป็นมานานแค่ไหน เดินได้ไกลแค่ไหน เคยล้มหรือยัง มีโรคประจำตัวและยาอะไรอยู่บ้าง ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้น แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณ และแนะนำวิธีชวนท่านมาที่ได้ผลกว่าการบอกตรง ๆ ว่าจะพาไปหาหมอ การสอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

ยังไม่ต้องพาท่านมาก็ได้ เล่าให้เราฟังก่อนว่าท่านเป็นอย่างไร

บอกอายุของท่าน อาการที่คุณสังเกตเห็น เดินได้ไกลแค่ไหน เคยล้มหรือยัง และโรคประจำตัวที่มี ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้น แจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณ และช่วยคิดวิธีชวนท่านมาตรวจ สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292