ข้อสะโพกเสื่อม · คลินิกเวชกรรมกระดูกและข้อ นครปฐม

รักษาข้อสะโพกเสื่อม นครปฐมปวดลึกที่ขาหนีบ สะโพกฝืด เดินได้สั้นลงทุกเดือน

ใส่ถุงเท้าเองไม่ได้ ตัดเล็บเท้าข้างนั้นต้องให้ลูกช่วย ลุกจากรถต้องเอามือยกขาออกมา และเดินในตลาดได้สั้นลงกว่าปีที่แล้วชัดเจน — ถ้าอาการตรงแบบนี้ ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่หลัง แต่อยู่ที่ตัวข้อสะโพกเอง และสิ่งที่ต้องรู้ให้ได้ก่อนตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น คือข้อของคุณอยู่ระยะไหนแล้ว

ประเมินระยะก่อนเสมอ ตรวจองศาข้อสะโพกร่วมกับภาพเอกซเรย์
เริ่มจากทางที่ไม่ต้องผ่า บอกตรง ๆ ว่าระยะไหนที่ยังพอไหว
★ 5.0 จาก 109 รีวิว บน Google Maps ของคลินิก
แพทย์อธิบายภาพข้อสะโพกเสื่อมให้ผู้ป่วยสูงวัยฟังในห้องตรวจของคลินิกกระดูกและข้อในนครปฐม
รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์
ข้อสะโพกเสื่อมคืออะไร

ข้อสะโพกเสื่อมคือผิวข้อสึก ไม่ใช่ “เส้นตึง” และไม่ใช่โรคหลัง

หมอกระดูกนครปฐม ดูแลผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis) หรือกำลังสงสัยว่าอาการที่เป็นอยู่ใช่โรคนี้หรือไม่ ที่ เบนิต้าคลินิก นครปฐม คลินิกเวชกรรมบนถนนหลังพระ ตำบลพระปฐมเจดีย์ โดย รศ.นพ.ธนพล ชอบเป็นไทย (คุณหมออรรถ) อาจารย์แพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ ผู้ถือวุฒิบัตรเฉพาะทางกระดูกและข้อจากแพทยสภา

ข้อสะโพกเป็นข้อแบบลูกกลมในเบ้า หัวกระดูกต้นขาสวมอยู่ในเบ้าสะโพก มีกระดูกอ่อนบาง ๆ หุ้มผิวทั้งสองด้านไว้ให้ลื่นและรับแรงกระแทกแทนกระดูก เมื่อกระดูกอ่อนชั้นนี้สึกลงเรื่อย ๆ ช่องว่างระหว่างหัวกระดูกกับเบ้าจะแคบลง ร่างกายสร้างกระดูกงอกขึ้นมาที่ขอบข้อ และเยื่อบุข้ออักเสบเป็นระยะ ผลที่คุณรู้สึกได้จริงคือ ปวดตื้อลึก ๆ ที่ขาหนีบ สะโพกฝืด หมุนขาเข้าในแล้วเจ็บ และองศาการเคลื่อนไหวหายไปทีละน้อยจนกิจวัตรบางอย่างทำไม่ได้

สิ่งที่ทำให้โรคนี้ถูกรักษาผิดทางมานานหลายปีในหลายคน คือ ตำแหน่งที่ปวดไม่ตรงกับที่คนทั่วไปเข้าใจ คนส่วนใหญ่คิดว่าปวดสะโพกต้องปวดตรงก้นหรือกระเป๋ากางเกงด้านข้าง แต่ข้อสะโพกจริง ๆ อยู่ลึกเข้าไปด้านหน้า อาการจึงออกที่ขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดร้าวลงไปถึงเข่าจนไปรักษาเข่าอยู่นาน ขณะที่ต้นเหตุอยู่ที่สะโพกมาตลอด

ปวดที่ขาหนีบตำแหน่งที่ชี้ไปที่ตัวข้อสะโพกมากที่สุด
ฝืด 15–30 นาทีฝืดตอนเช้าแล้วค่อย ๆ คลาย คือลักษณะของข้อเสื่อม
วัดผลได้จริงระยะทางที่เดินได้ องศาข้อ และระดับปวด
ภาพเอกซเรย์ข้อสะโพกบนจอในห้องตรวจ ใช้ประเมินว่าช่องข้อแคบลงและมีกระดูกงอกหรือไม่
อาการข้อสะโพกเสื่อม

เจ็ดอาการที่คนไข้ข้อสะโพกเสื่อมมักเล่าให้เราฟังในห้องตรวจ

อาการของข้อสะโพกเสื่อมไม่ได้มาเป็นอาการปวดอย่างเดียว แต่มาเป็น “สิ่งที่เคยทำได้แล้วตอนนี้ทำไม่ได้” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตรงกว่าระดับความปวดเสียอีก

ปวดลึกที่ขาหนีบ ไม่ใช่ที่ก้น

ถ้าให้ชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บตรงไหน คนที่ข้อสะโพกเสื่อมมักชี้ที่ขาหนีบหรือหน้าขาส่วนบน บางคนใช้ฝ่ามือกำรอบสะโพกด้านหน้า อาการเป็นแบบปวดตื้อลึกเข้าไปข้างใน ไม่ใช่ปวดตึงผิว ๆ ที่กล้ามเนื้อก้น

ฝืดตอนเช้า แต่ไม่นานเกินครึ่งชั่วโมง

ตื่นนอนแล้วสะโพกแข็ง ก้าวแรกต้องค่อย ๆ ขยับ พอเดินไปสักพักถึงคลายลง ความฝืดของข้อเสื่อมมักอยู่ราวสิบห้าถึงสามสิบนาที ถ้าฝืดนานเกินหนึ่งชั่วโมงทุกเช้า ต้องคิดถึงข้ออักเสบชนิดอื่นด้วย และควรได้รับการตรวจเพิ่ม

ใส่ถุงเท้า ตัดเล็บเท้าข้างนั้นไม่ได้

นี่คืออาการที่ตรงที่สุดของข้อสะโพก เพราะทั้งสองอย่างต้องงอสะโพกลึกและหมุนขาเข้าหาตัว ซึ่งเป็นองศาที่ข้อสะโพกเสื่อมเสียไปก่อนเพื่อน หลายคนต้องยกขาพาดเข่าอีกข้าง หรือให้ลูกหลานช่วยมาหลายเดือนแล้วโดยไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องของข้อ

เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ

เมื่อก่อนเดินรอบตลาดได้สบาย ตอนนี้เดินได้ครึ่งทางต้องหาที่นั่ง ระยะทางที่เดินได้ก่อนต้องหยุดพักคือตัวเลขที่บอกความรุนแรงได้ดีมาก และเป็นตัวเลขเดียวกันที่เราใช้วัดว่าแผนดูแลได้ผลหรือไม่ในนัดถัดไป

มีเสียงในข้อ หรือรู้สึกสะดุด

ได้ยินเสียงกรอบแกรบหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรสะดุดตอนหมุนขาหรือลุกจากเก้าอี้ เสียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าเป็นโรคเสมอไป แต่ถ้ามาพร้อมอาการปวดขาหนีบและองศาที่หายไป เป็นสัญญาณว่าผิวข้อไม่เรียบเหมือนเดิมแล้ว

เดินกะเผลก หรือรู้สึกว่าขาข้างนั้นสั้นลง

คนใกล้ตัวมักทักก่อนเจ้าตัวว่าเดินโยกหรือเดินเอียง บางคนสังเกตว่าขากางเกงข้างหนึ่งดูยาวกว่า อาการนี้พบในระยะที่ข้อเสื่อมมากแล้ว เกิดจากผิวข้อยุบร่วมกับกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างอ่อนแรง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เข่ากับหลังเริ่มปวดตามมา

แยกให้ออกก่อนรักษา

ข้อสะโพกเสื่อม กับ ปัญหาจากกระดูกสันหลัง ต่างกันตรงไหน

คนไข้ข้อสะโพกเสื่อมจำนวนไม่น้อยถูกดูแลในฐานะ “คนปวดหลัง” มาก่อนหลายเดือนถึงหลายปี เพราะทั้งสองโรคทำให้เดินลำบากเหมือนกัน ตารางนี้คือสิ่งที่เราใช้แยกในห้องตรวจจริง

เปรียบเทียบลักษณะอาการของข้อสะโพกเสื่อมกับปัญหาจากกระดูกสันหลังส่วนเอว
สิ่งที่ดู ข้อสะโพกเสื่อม ปัญหาจากกระดูกสันหลังส่วนเอว
ตำแหน่งที่ปวดมากที่สุด ขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดลงถึงเข่า เอวและก้น ร้าวเป็นแนวลงน่องถึงปลายเท้า
อาการชา มักไม่ชา เป็นความปวดตื้อลึกมากกว่า มักมีชา เหน็บ หรือแปลบตามแนวเส้นประสาท
ท่าที่กระตุ้นอาการ หมุนขาเข้าใน ใส่ถุงเท้า ลุกจากรถ เดินนาน ก้ม เงย นั่งนาน ไอหรือจาม
อาการฝืดตอนเช้า ฝืดชัดเจนราว 15–30 นาทีแล้วค่อยคลาย ไม่เด่น มักปวดตามท่าทางมากกว่าตามเวลา
องศาการเคลื่อนไหวของสะโพก หมุนขาเข้าในและกางขาได้น้อยลงอย่างชัดเจน องศาสะโพกมักยังปกติ ขยับได้เต็ม
สิ่งที่เห็นตอนเดิน เดินโยกหรือกะเผลก ก้าวสั้นลง ขาข้างนั้นดูสั้นลง เดินได้แต่ต้องหยุดเพราะขาชาหรือล้า แล้วเดินต่อได้
ภาพที่ใช้ยืนยัน เอกซเรย์ข้อสะโพกท่ายืน ดูช่องข้อและกระดูกงอก ภาพกระดูกสันหลังส่วนเอว ประเมินการกดทับเส้นประสาท
เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ และพบบ่อยในผู้สูงอายุ การตรวจจึงไม่ได้ตอบว่า “เป็นอะไรอย่างเดียว” แต่ตอบว่า ตอนนี้อะไรคือตัวที่ทำให้คุณเดินไม่ได้มากที่สุด แล้วจัดการตัวนั้นก่อน
แพทย์ตรวจองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกผู้ป่วยบนเตียงตรวจ โดยหมุนขาเข้าในเพื่อประเมินข้อสะโพกเสื่อม
สาเหตุและกลุ่มเสี่ยง

ข้อสะโพกเสื่อมเกิดจากอะไร และทำไมบางคนเป็นตั้งแต่อายุยังไม่มาก

ข้อสะโพกเสื่อมส่วนใหญ่เป็นการสึกสะสมตามอายุการใช้งาน แต่ความเร็วที่มันสึกไม่เท่ากันในแต่ละคน และมีปัจจัยบางอย่างที่เร่งให้เร็วขึ้นชัดเจน การรู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหนสำคัญ เพราะมันเปลี่ยนทั้งการตรวจและแผนดูแล

  • อายุที่มากขึ้น — พบมากขึ้นตามวัย แต่ “อายุมาก” ไม่ใช่คำอธิบายเดียวที่ยอมรับได้ ต้องดูปัจจัยอื่นร่วมเสมอ
  • น้ำหนักตัวมาก — ข้อสะโพกรับแรงหลายเท่าของน้ำหนักตัวในทุกก้าวที่เดิน น้ำหนักที่ลดลงได้จึงมีผลกับข้อมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด
  • เคยบาดเจ็บที่สะโพก — เคยล้มแรง กระดูกสะโพกร้าวหรือหัก เคยเกิดอุบัติเหตุที่ข้อสะโพก ทำให้ผิวข้อเสียหายและเสื่อมเร็วกว่าปกติ
  • การใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน — รวมถึงยาชุด ยาลูกกลอน และยาแก้ปวดที่ซื้อกินเองต่อเนื่องโดยไม่ทราบส่วนผสม
  • ภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด — เลือดไปเลี้ยงหัวกระดูกต้นขาไม่พอจนกระดูกยุบตัว สัมพันธ์กับสเตียรอยด์และการดื่มสุราหนัก พบได้ในคนอายุสามสิบถึงห้าสิบ
  • โครงสร้างข้อสะโพกผิดปกติมาแต่เดิม — เบ้าสะโพกตื้นหรือรูปทรงหัวกระดูกไม่พอดีกับเบ้า ทำให้ผิวข้อถูกเสียดสีผิดตำแหน่งมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว
  • โรคข้ออักเสบเรื้อรัง — เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือโรคเกาต์ที่คุมไม่ได้ ทำให้เยื่อบุข้อและผิวข้อเสียหายสะสม

กลุ่มที่เราอยากให้ระวังเป็นพิเศษคือคนที่อายุยังไม่มาก แต่ปวดขาหนีบข้างเดียวติดต่อกันหลายสัปดาห์ ร่วมกับมีประวัติกินยาชุดหรือยาสเตียรอยด์มานาน กลุ่มนี้ควรได้ตรวจให้ชัดโดยเร็ว เพราะถ้าเป็นภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดในระยะแรก แนวทางดูแลจะต่างจากข้อเสื่อมทั่วไป และเวลามีค่ามาก

ระยะของโรค

ระยะของข้อสะโพกเสื่อม และสิ่งที่ยังทำได้จริงในแต่ละระยะ

ระยะประเมินจากภาพเอกซเรย์ร่วมกับอาการและการใช้ชีวิต ไม่ใช่จากภาพอย่างเดียว บางคนภาพดูแย่แต่ยังใช้ชีวิตได้ดี บางคนภาพดูไม่มากแต่ปวดจนทำงานไม่ได้ — เราวางแผนตามคนตรงหน้า

  1. 1

    ระยะเริ่มต้น

    ช่องข้อยังเกือบปกติ ปวดเฉพาะหลังใช้งานหนักหรือเดินไกล พักแล้วหาย ระยะนี้คือช่วงที่คุ้มค่าที่สุดในการลงมือ ควบคุมน้ำหนัก ปรับกิจกรรม และเริ่มฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกตั้งแต่ตอนที่ยังแข็งแรง

  2. 2

    ระยะที่อาการชัดขึ้น

    ช่องข้อเริ่มแคบ มีกระดูกงอกที่ขอบข้อ ฝืดตอนเช้าเป็นประจำ หมุนขาเข้าในได้น้อยลงจนใส่ถุงเท้าลำบาก ระยะนี้ต้องการโปรแกรมฟื้นฟูที่มีเป้าหมายชัด ไม่ใช่แค่กินยาแก้ปวดเวลาปวด

  3. 3

    ระยะปานกลางถึงมาก

    ปวดตั้งแต่เริ่มเดิน เดินได้ระยะสั้นลงชัดเจน หลายคนเริ่มใช้ไม้เท้าและเดินโยก ยังดูแลแบบไม่ผ่าตัดได้ แต่ต้องเข้มข้นและมีการวัดผลเป็นระยะ พร้อมคุยกันตรง ๆ ว่าถ้าไม่ตอบสนอง ขั้นต่อไปคืออะไร

  4. 4

    ระยะท้าย

    ช่องข้อแทบไม่เหลือ ปวดขณะพักหรือปวดกลางคืนจนหลับไม่สนิท องศาการเคลื่อนไหวเสียไปมากและขาข้างนั้นสั้นลง ระยะนี้คือจุดที่การพูดคุยเรื่อง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกอย่างจริงจังเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

ข้อสะโพกเสื่อมไม่ได้เดินหน้าเป็นเส้นตรงและไม่ได้แย่ลงเท่ากันทุกคน หลายคนอยู่ระยะเดิมได้นานหลายปีเมื่อคุมน้ำหนักและกล้ามเนื้อรอบสะโพกแข็งแรงพอ เป้าหมายของเราจึงไม่ใช่ “ทำให้ภาพเอกซเรย์ดีขึ้น” ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่คือทำให้คุณเดินได้ไกลขึ้น นอนหลับได้ และเลื่อนวันที่ต้องขึ้นเตียงผ่าตัดออกไปให้นานที่สุดเท่าที่อาการเปิดโอกาสให้
เช็กตัวเองใน 1 นาที

กิจวัตรประจำวันที่ข้อสะโพกเสื่อมมักทำให้ทำไม่ได้

ลองอ่านทีละข้อแล้วนับว่าตรงกับคุณกี่ข้อ นี่คือรายการเดียวกับที่เราถามในห้องตรวจ เพราะมันบอกความรุนแรงได้ตรงกว่าคำถามว่า “ปวดระดับเท่าไหร่จากสิบ”

  • ใส่ถุงเท้าหรือรองเท้าข้างที่ปวดต้องยกขาพาดอีกข้าง หรือให้คนอื่นช่วย
  • ตัดเล็บเท้าข้างนั้นเองไม่ได้แล้ว
  • ลุกจากรถต้องใช้มือช่วยยกขาออกมา หรือต้องหมุนตัวทั้งตัว
  • นั่งไขว่ห้างข้างที่ปวดไม่ได้ หรือทำแล้วเจ็บที่ขาหนีบ
  • นั่งพื้น นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบไม่ได้เหมือนเดิม
  • เดินในตลาดหรือห้างได้สั้นลง ต้องมองหาที่นั่งพักบ่อยกว่าปีที่แล้ว
  • ขึ้นลงบันไดต้องนำด้วยขาข้างที่ดีทุกครั้ง และต้องจับราว
  • ได้ยินเสียงในข้อ หรือรู้สึกสะดุดเวลาหมุนขา
  • ปวดตอนกลางคืนจนพลิกตัวแล้วตื่น หรือนอนตะแคงทับข้างนั้นไม่ได้
  • มีคนทักว่าเดินโยก เดินกะเผลก หรือขากางเกงข้างหนึ่งดูยาวกว่า
ตรงตั้งแต่ สามข้อขึ้นไป และเป็นมาเกินหกสัปดาห์ ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ ไม่ใช่เพื่อรีบรักษา แต่เพื่อให้รู้ระยะที่แน่นอนก่อน จะได้ตัดสินใจบนข้อมูลจริง ถ้าไม่แน่ใจว่าอาการของคุณเข้าข่ายไหม ทัก LINE มาเล่าให้ฟังก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย
แนวทางดูแลแบบไม่ผ่าตัด

ห้าเรื่องที่เปลี่ยนการเดินของคุณได้ โดยไม่ต้องขึ้นเตียงผ่าตัด

ไม่มีวิธีไหนทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาใหม่ ใครบอกว่าทำได้ ให้ตั้งคำถามไว้ก่อน แต่ทั้งห้าเรื่องนี้ลดแรงที่ลงข้อและเพิ่มระยะทางที่คุณเดินได้จริง และเป็นสิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้

1. ควบคุมน้ำหนัก — เรื่องน่าเบื่อที่ได้ผลที่สุด

ทุกก้าวที่คุณเดิน ข้อสะโพกรับแรงหลายเท่าของน้ำหนักตัว น้ำหนักที่ลดลงจึงไม่ได้ลดแค่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่ลดแรงที่กดผิวข้อทุกก้าวตลอดวัน เราไม่ตั้งเป้าหวือหวา แต่ตั้งเป้าที่ทำได้จริงและวัดกันในนัดถัดไป

2. ฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพก โดยเฉพาะด้านข้าง

กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างคือตัวที่พยุงเชิงกรานไว้ตอนคุณยืนลงน้ำหนักขาเดียว ซึ่งเกิดขึ้นทุกก้าวที่เดิน เมื่อมันอ่อนแรง เชิงกรานจะตกและคุณจะเดินโยก การฝึกกลุ่มนี้อย่างถูกท่าจึงเปลี่ยนการเดินได้ชัดกว่าการยืดเฉย ๆ

ผู้สูงอายุฝึกเดินโดยใช้ไม้เท้าถือในมือข้างตรงข้ามกับสะโพกที่ปวด โดยมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลในห้องฟื้นฟู

3. ใช้ไม้เท้าให้ถูกข้าง

ถือไม้เท้าใน มือข้างตรงข้าม กับสะโพกที่ปวด แล้วก้าวไม้เท้าไปพร้อมขาข้างที่เจ็บ ปรับความสูงให้อยู่ระดับข้อมือเมื่อยืนตรงปล่อยแขน คนไข้จำนวนมากถือผิดข้างมาตลอดจนไม้เท้าไม่ได้ช่วยอะไรเลย และอีกหลายคนไม่ยอมใช้เพราะรู้สึกว่าแพ้ ทั้งที่มันคือเครื่องมือยืดอายุข้อ

4. ปรับกิจกรรมและปรับบ้าน

เปลี่ยนจากวิ่งบนพื้นแข็งและนั่งพื้น เป็นเดินบนพื้นเรียบเป็นช่วงสั้นหลายรอบ ปั่นจักรยานอานสูง หรือเดินในน้ำ ที่บ้านให้เลี่ยงเก้าอี้เตี้ยและโถส้วมนั่งยอง ใช้เก้าอี้สูงมีที่เท้าแขน ติดราวจับในห้องน้ำ เก็บของที่ใช้บ่อยไว้ระดับเอว

5. จัดการความปวดภายใต้การดูแลของแพทย์

ความปวดที่คุมไม่ได้ทำให้คุณไม่ขยับ และข้อที่ไม่ได้ขยับจะยิ่งฝืดและกล้ามเนื้อยิ่งลีบ การคุมปวดจึงไม่ใช่การกลบอาการ แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ฟื้นฟูต่อได้ สิ่งที่ต้องเลี่ยงคือยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาแก้ปวดที่ไม่รู้ส่วนผสมซึ่งซื้อกินเองต่อเนื่อง เพราะเป็นทางลัดไปสู่ปัญหาที่หนักกว่าเดิม และห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งไว้เองโดยไม่ปรึกษา

กายภาพบำบัดช่วยตรงไหน

กายภาพบำบัดในข้อสะโพกเสื่อมมีเป้าหมายสามอย่าง คือรักษาองศาที่ยังเหลืออยู่ไว้ ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อรับงานแทนผิวข้อได้มากขึ้น และแก้รูปแบบการเดินที่ผิดไป ควรทำต่อเนื่องสี่ถึงหกสัปดาห์แล้วประเมินด้วยตัวเลข ไม่ใช่ทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีเกณฑ์วัด

มาตรวจแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง

การตรวจประเมินข้อสะโพกที่คลินิกในนครปฐม และเกณฑ์เรื่องการผ่าตัด

ในห้องตรวจ เราดูอะไรบ้าง

การตรวจข้อสะโพกไม่ได้เริ่มที่เครื่องมือ แต่เริ่มที่การให้คุณชี้ด้วยนิ้วเดียวว่าเจ็บตรงไหน แล้วถามตัวเลขที่ใช้เทียบได้ในนัดหน้า ได้แก่ เดินได้ประมาณกี่เมตรก่อนต้องพัก ฝืดตอนเช้ากี่นาที ปวดกลางคืนสัปดาห์ละกี่คืน และมีกิจวัตรอะไรที่ทำไม่ได้แล้วบ้าง จากนั้นซักประวัติที่คนมักไม่ได้เล่า เช่น เคยล้มหรือเกิดอุบัติเหตุที่สะโพกไหม เคยกินยาชุดหรือยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องหรือเปล่า และดื่มสุราประจำหรือไม่

การตรวจร่างกายจะวัดองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกทุกทิศ โดยให้ความสำคัญกับ การหมุนขาเข้าใน ซึ่งมักเสียไปก่อนอย่างอื่นในข้อสะโพกเสื่อม ร่วมกับท่ากางขาและงอสะโพก วัดความยาวขาทั้งสองข้างเทียบกัน ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง และดูการเดินจริงในระยะไม่กี่ก้าว ซึ่งบอกได้มากกว่าที่หลายคนคิด

ส่วนภาพถ่ายนั้น เอกซเรย์ข้อสะโพก เป็นตัวหลักในการดูช่องข้อ กระดูกงอก และความเปลี่ยนแปลงของหัวกระดูก ส่วน อัลตราซาวด์ ใช้ประเมินเนื้อเยื่อรอบข้อประกอบ หากมีข้อสงสัยที่ต้องการภาพละเอียดกว่านั้น เช่น สงสัยภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดในระยะแรก ซึ่งเอกซเรย์ธรรมดายังไม่แสดงชัด แพทย์จะแนะนำการตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลและอธิบายเหตุผลให้ฟัง เราไม่ทำให้ทุกอย่างจบในที่เดียวถ้ามันไม่ควรจบที่นี่

เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกจึงสมเหตุสมผล

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเป็นทางเลือกที่ได้ผลดีในคนที่เหมาะสมจริง ๆ แต่ไม่ใช่ทางเลือกแรกและไม่ใช่สำหรับทุกคน สิ่งที่แพทย์ใช้พิจารณาร่วมกันมีสี่ข้อ

  1. อาการปวดรบกวนชีวิตประจำวันจริง โดยเฉพาะปวดขณะพักหรือปวดกลางคืนจนนอนไม่ได้ต่อเนื่อง
  2. เดินได้ระยะสั้นมากจนกระทบการทำงาน การเข้าสังคม หรือการดูแลตัวเอง
  3. ได้ลองแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดอย่างจริงจังและต่อเนื่องแล้วประมาณสามถึงหกเดือน แต่ไม่ดีขึ้นตามที่ควร
  4. ภาพเอกซเรย์แสดงข้อเสื่อมในระยะท้ายที่สอดคล้องกับอาการที่เป็นอยู่

สองอย่างที่เราไม่เห็นด้วยคือ ผ่าเพราะภาพเอกซเรย์ดูแย่ทั้งที่ยังใช้ชีวิตได้ดี และ ยื้อจนกล้ามเนื้อลีบและข้อติดมากแล้วค่อยผ่า เพราะการฟื้นตัวหลังผ่าตัดขึ้นกับกล้ามเนื้อที่คุณเหลืออยู่ก่อนผ่าอย่างมาก อายุมากไม่ได้แปลว่าผ่าไม่ได้โดยอัตโนมัติ ทีมแพทย์จะประเมินโรคประจำตัวและความพร้อมของร่างกายร่วมด้วยเสมอ และเมื่อถึงจุดที่ควรส่งต่อเพื่อรับการผ่าตัด เราจะบอกตรง ๆ พร้อมเหตุผล ไม่ยื้อไว้เพื่อรักษาต่อ

การติดตามผล — ตัวเลขที่เราใช้ตัดสินว่าแผนได้ผลหรือไม่

แผนดูแลข้อสะโพกเสื่อมที่ดีต้องมีวันนัดประเมินซ้ำตั้งแต่วันแรก โดยทั่วไปอยู่ที่สี่ถึงหกสัปดาห์ และสิ่งที่เอามาเทียบต้องเป็นตัวเลขเดิม ได้แก่ ระยะทางที่เดินได้ก่อนต้องพัก องศาการหมุนสะโพกเข้าใน จำนวนคืนที่ปวดจนตื่น และรายการกิจวัตรที่กลับมาทำเองได้ ถ้าตัวเลขขยับไปในทางที่ดี เราทำต่อและเพิ่มความหนักอย่างมีจังหวะ ถ้านิ่งหรือแย่ลง เราต้องกล้าเปลี่ยนแผนหรือทบทวนการวินิจฉัยใหม่ ไม่ใช่ทำแบบเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันตามระยะของโรคและสภาพร่างกาย เราจึงพูดถึงเป้าหมายที่วัดได้ ไม่ใช่คำรับประกัน

อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่รอนัดคลินิก

ข้อสะโพกเสื่อมเป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นอาการที่มาเร็วและรุนแรงมักไม่ใช่ข้อเสื่อม และบางอย่างรอไม่ได้

  • ล้มแล้วลงน้ำหนักขาไม่ได้เลย ขาบิดผิดรูปหรือดูสั้นลงทันที — สงสัยกระดูกสะโพกหัก ต้องไปห้องฉุกเฉิน
  • สะโพกบวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ — ต้องแยกภาวะติดเชื้อในข้อโดยเร็ว
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งกลางวันกลางคืน ร่วมกับน้ำหนักลดผิดปกติ หรือมีประวัติโรคมะเร็ง
  • ขาอ่อนแรงเฉียบพลัน ชารอบก้นและอวัยวะเพศ หรือควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ — เป็นภาวะฉุกเฉินของเส้นประสาท

นอกเหนือจากกลุ่มนี้ อาการปวดขาหนีบและสะโพกฝืดที่เป็นมาเป็นเดือนไม่ใช่เรื่องด่วน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรรออีกสองปีเช่นกัน เพราะทุกเดือนที่ผ่านไปโดยไม่ได้ฟื้นฟู คือกล้ามเนื้อรอบสะโพกที่ลีบลงและองศาที่หายไปโดยไม่จำเป็น

เสียงจากผู้เข้ารับบริการ

ข้อความจริงที่คนไข้เขียนไว้บน Google

ข้อความด้านล่างคัดมาจากรีวิวสาธารณะบน Google Maps ของเบนิต้าคลินิก นครปฐม แสดงเฉพาะเนื้อความ ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้เขียน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามอาการและระยะของโรค

พนักงานดูแลดีมากค่ะ ตั้งแต่แผนกต้อนรับจนถึงทีมแพทย์ ทุกคนบริการด้วยใจ

รีวิวบน Google Maps

บริการดีเยี่ยมคุณหมอเก่งมากให้คำปรึกษาได้เข้าใจดีพนักงานบริการดีมาก

รีวิวบน Google Maps

พี่บริการดีมาก มีที่จอดรถเดินทางสะดวก คุณหมอให้คำอธิบายดีเข้าใจง่าย

รีวิวบน Google Maps

คุณหมอใส่ใจดูเเลผู้ป่วยดีมาก พนักงานบริการดีมากใส่ใจสอบดีมากๆคะ

รีวิวบน Google Maps

พนักงานบริการดี น่ารักมากเลย รักษาครั้งแรกเห็นผลเลย แนะนำครับ

รีวิวบน Google Maps
คำถามที่พบบ่อย

คำถามเรื่องข้อสะโพกเสื่อมที่คนไข้ถามเราบ่อยที่สุด

ข้อสะโพกเสื่อมเกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อสะโพกสึกสะสมตามอายุการใช้งาน ร่วมกับปัจจัยที่เร่งให้สึกเร็วขึ้น เช่น น้ำหนักตัวมาก เคยบาดเจ็บหรือกระดูกสะโพกหัก โครงสร้างข้อสะโพกผิดปกติมาแต่กำเนิด และโรคข้ออักเสบเรื้อรัง อีกกลุ่มที่พบได้และมักถูกมองข้ามคือภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน รวมถึงยาชุดยาลูกกลอนที่ซื้อกินเอง และการดื่มสุราหนักเป็นประจำ กลุ่มนี้อาจเกิดในคนอายุน้อยกว่าที่หลายคนคิด

อาการข้อสะโพกเสื่อมเป็นแบบไหน ต่างจากปวดหลังอย่างไร

อาการที่ชี้ไปที่ข้อสะโพกคือปวดลึกบริเวณขาหนีบและต้นขาด้านหน้า บางคนปวดลงไปถึงเข่าจนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเข่า ร่วมกับสะโพกฝืดตอนเช้าราวสิบห้าถึงสามสิบนาที หมุนขาเข้าในแล้วเจ็บ ใส่ถุงเท้าและตัดเล็บเท้าข้างนั้นลำบาก ส่วนปัญหาจากกระดูกสันหลังมักปวดที่เอวหรือก้น ร้าวเป็นแนวลงน่องถึงปลายเท้า และมักมีอาการชาหรือเหน็บร่วมด้วย การตรวจองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกร่วมกับเอกซเรย์ช่วยแยกได้ค่อนข้างชัด

ข้อสะโพกเสื่อมรักษายังไง ต้องผ่าตัดทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน แนวทางขึ้นกับระยะของโรคและผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ผู้ที่อยู่ระยะเริ่มต้นถึงปานกลางส่วนใหญ่เริ่มจากแนวทางที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน ได้แก่ การควบคุมน้ำหนัก การฟื้นฟูกล้ามเนื้อรอบสะโพกโดยเฉพาะกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง การใช้ไม้เท้าอย่างถูกวิธี การปรับกิจกรรมและการจัดบ้าน ร่วมกับการจัดการความปวดภายใต้การดูแลของแพทย์ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกมักถูกพิจารณาเมื่อข้อเสื่อมถึงระยะท้าย และแนวทางไม่ผ่าตัดที่ทำอย่างจริงจังแล้วไม่พอ ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันไปตามระยะและสภาพร่างกาย

ข้อสะโพกเสื่อม กายภาพบำบัดช่วยได้จริงไหม

ช่วยได้ในแง่ลดความปวด รักษาองศาการเคลื่อนไหวที่เหลืออยู่ และทำให้เดินได้มั่นคงขึ้น แต่กายภาพบำบัดไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วกลับมาใหม่ เป้าหมายที่ตั้งไว้จึงควรเป็นเรื่องที่วัดได้จริง เช่น เดินได้ไกลขึ้นกี่เมตร ลุกจากเก้าอี้ได้โดยไม่ต้องยันแขนหรือยัง และองศาการหมุนสะโพกดีขึ้นหรือไม่ ถ้าทำต่อเนื่องสี่ถึงหกสัปดาห์แล้วไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ควรกลับมาประเมินใหม่แทนที่จะทำแบบเดิมต่อไปเรื่อย ๆ

ข้อสะโพกเสื่อม ออกกำลังกายได้ไหม ท่าไหนควรเลี่ยง

ออกกำลังกายได้และควรทำ แต่ควรเลือกแบบที่แรงกระแทกต่ำ เช่น เดินบนพื้นเรียบเป็นช่วงสั้น ๆ หลายรอบ ปั่นจักรยานที่ปรับอานให้สูงพอ ว่ายน้ำหรือเดินในน้ำ และท่าบริหารกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างที่นักกายภาพบำบัดสอนให้ ส่วนที่ควรเลี่ยงคือการวิ่งบนพื้นแข็ง กระโดด นั่งยองหรือนั่งพับเพียบนาน ๆ และการฝืนยืดจนเจ็บแปลบในขาหนีบ หลักง่าย ๆ คือถ้าหลังออกกำลังกายแล้วปวดเพิ่มขึ้นนานเกินหนึ่งวัน แปลว่าหนักเกินไปสำหรับข้อของคุณในตอนนี้

ข้อสะโพกเสื่อมหายเองได้ไหม ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอย่างไร

กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วไม่กลับมาเหมือนเดิมเอง ข้อสะโพกเสื่อมจึงไม่ใช่โรคที่หายเองได้ แต่ความเร็วในการแย่ลงต่างกันมากในแต่ละคนและชะลอได้จริงด้วยการดูแลที่ถูกทาง สิ่งที่มักเกิดขึ้นเมื่อปล่อยไว้คือเดินได้สั้นลงเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อรอบสะโพกลีบลงจากการไม่ได้ใช้ องศาการเคลื่อนไหวหายไปทีละน้อย และเริ่มเดินกะเผลกจนกระทบเข่ากับหลังอีกด้วย ยิ่งมาประเมินเร็ว ทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดยิ่งเหลือมาก

ใช้ไม้เท้าควรถือข้างไหน และการใช้ไม้เท้าแปลว่าอาการหนักแล้วหรือเปล่า

ถือไม้เท้าในมือข้างตรงข้ามกับสะโพกที่ปวด แล้วก้าวไม้เท้าไปพร้อมกับขาข้างที่เจ็บ วิธีนี้ช่วยแบ่งแรงที่ลงข้อสะโพกได้จริงและทำให้เดินได้ไกลขึ้น ความสูงของไม้เท้าควรอยู่ระดับข้อมือเมื่อยืนตรงปล่อยแขนตามสบาย การใช้ไม้เท้าไม่ได้แปลว่าอาการหนักจนหมดทางเลือก แต่เป็นเครื่องมือลดภาระข้อในช่วงที่ยังฟื้นฟูกล้ามเนื้ออยู่ หลายคนใช้ชั่วคราวแล้วเลิกใช้ได้เมื่อกล้ามเนื้อสะโพกกลับมาแข็งแรง

มาตรวจข้อสะโพกที่นครปฐม ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง

เตรียมสามอย่างพอ หนึ่งคือฟิล์มเอกซเรย์หรือผลตรวจเดิมถ้ามี ถ่ายรูปส่งมาทาง LINE ล่วงหน้าได้ สองคือรายชื่อยาที่กินอยู่ รวมถึงยาชุด ยาลูกกลอน หรือยาแก้ปวดที่ซื้อกินเอง เพราะข้อมูลนี้สำคัญมากกับการประเมินข้อสะโพก และสามคือกางเกงที่ขยับขาได้สะดวก เพราะต้องตรวจองศาการเคลื่อนไหวและวัดความยาวขาสองข้าง คลินิกอยู่ที่ถนนหลังพระ ใกล้องค์พระปฐมเจดีย์ จอดรถได้ที่ตลาดโอเดียน ทัก LINE นัดเวลาไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องรอนาน

ยังไม่ต้องตัดสินใจอะไรวันนี้ แค่รู้ก่อนว่าข้อสะโพกคุณอยู่ระยะไหน

เล่ามาว่าปวดตรงไหน เดินได้ไกลแค่ไหน มีอะไรที่ทำเองไม่ได้แล้วบ้าง ทีมงานช่วยประเมินเบื้องต้นและแจ้งค่าใช้จ่ายโดยประมาณให้ก่อนเดินทางมา สอบถามไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการผูกมัด

LINE แชท LINE ตอบไว ปรึกษาก่อนได้ โทรเลย 089-354-6292